ใบบัวบก พกไว้ไม่ช้ำใจ

บัวบก หรือชื่อท้องถิ่น ผักหนอก (ภาคเหนือ) และ ผักแว่น(ภาคใต้) จัดเป็นพืชสมุนไพรที่มีต้นกำเนิดในแถบเอเชีย
เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก มีกลิ่นฉุน มีรสขมหวาน มีฤทธิ์เป็นยาเย็นและมีสรรพคุณเด่นในการช่วยแก้ช้ำใน
อย่างไรก็ตาม บัวบก ไม่ได้มีดีแค่การแก้ช้ำในเพราะยังมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคหลายชนิด อาทิเช่น โรคลมชัก
โรคผิวหนัง ท้องเสีย ท้องอืด แผลในกระเพาะอาหารมีฤทธิ์กล่อมประสาท ช่วยบำรุงสมอง เพิ่มความจำ
ช่วยลดความอ่อนล้าของสมอง เป็นต้น
นอกจากนี้ บัวบกยังมีสารชนิดหนึ่งซึ่งช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง สมานแผล
ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นและยังสามารถระงับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย
ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดหนอง เกิดสิวอักเสบ ด้วย
วิธีการรักษาสิวด้วย บัวบก ก็แค่นำบัวบกไปล้างให้สะอาด 3-5 ต้น แล้วนำมาปั่นให้ละเอียด ผสมน้ำเล็กน้อยแล้วนำมาพอกหน้า
จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด รักษาควบคู่ไปกับการทานบัวบกจะทำให้ผิวหน้าฟื้นฟูได้ไวยิ่งขึ้น
ส่วนวิธีทำน้ำบัวบกควรเลือกใช้ใบบัวบกที่แก่กว่ากินเป็นผักสดโดยใช้ทั้งรากนำมาล้างน้ำทำความสะอาด ตัดเป็น 2-3 ท่อน
ก่อนนำมาบด คั้นน้ำแรกโดยผสมน้ำกับใบบัวบกที่บดแล้วนำกากที่เหลือมาคั้นน้ำที่สอง
เพื่อให้ได้ตัวยาสมุนไพรที่ยังเหลืออยู่จากนั้นกรองน้ำบัวบกด้วยผ้าขาวบาง
หลังกรองจะมีกากให้ทิ้งไป ให้รินเฉพาะน้ำส่วนใสๆ มาดื่มหรือจะเพิ่มน้ำเชื่อมที่ทำมาจากน้ำต้มใบเตย
จะทำให้น้ำบัวบกอร่อยมากขึ้น โดยน้ำบัวบกต้องคั้นใหม่ๆจากใบสดๆ และไม่ควรเก็บน้ำที่คั้นได้ไว้นาน
หรือควรแช่เย็นเก็บไว้กระนั้นแม้ บัวบก จะมีสรรพคุณหลากหลาย
แต่การรับประทานควรพิจารณาพื้นฐานของร่างกายอย่ามองแต่สรรพคุณเพียงอย่างเดียว
เพราะบัวบกไม่เหมาะกับคนที่มีภาวะเย็นพร่อง หรือขี้หนาวท้องอืดบ่อยๆ ใครเป็นดังที่บอก Say No จากบัวบกได้เลย
อีกทั้งการรับประทานบัวบกในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้ธาตุในร่างกายเสียสมดุลได้ เพราะเป็นยาเย็นจัด
แต่ถ้ารับประทานในขนาดที่พอดีจะไม่มีโทษต่อร่างกายและได้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งให้เต็มที่แค่วันละ 50 มิลลิตร
ส่วนใครที่กินบัวบกเป็นผักจิ้มครั้งละ 10-20 ใบต่อสัปดาห์ไม่ถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ถ้ากินติดต่อกัน 10 วัน
อาจจะเป็นพิษต่อร่างกายได้ และไม่ควรเก็บบัวบกมาแค่ใบเพราะจะทำให้ได้ตัวยาสมุนไพรมาไม่ครบให้ถอนมาทั้งต้นและราก
เพราะในส่วนของรากบัวบกจะมีตัวยาสมุนไพรอยู่ด้วยและไม่ควรนำใบบักบกไปตากแดดเพื่อทำให้แห้ง
เพราะจะทำให้สูญเสียตัวยาสมุนไพรซึ่งอยู่ในน้ำมันหอมระเหยได้โดยให้ผึ่งลมตากไว้ในที่ร่มอากาศถ่ายเทสะดวก เมื่อแห้งแล้ว
ให้นำมาใส่ขวดปิดฝาให้สนิทป้องกันความชื้น

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *